HomeLifestyleEducationCasio จับมือ สพฐ.-สสวท. เปลี่ยนคาบเลข-วิทย์ ให้เป็นเรื่องสนุกด้วยเทคโนโลยี

Casio จับมือ สพฐ.-สสวท. เปลี่ยนคาบเลข-วิทย์ ให้เป็นเรื่องสนุกด้วยเทคโนโลยี

วันนี้มีข่าวดีวงการการศึกษาไทยมาฝากกันครับ ถ้าพูดถึง “คาสิโอ” (Casio) เชื่อว่าภาพแรกที่ลอยมาในหัวหลายคนคงหนีไม่พ้นนาฬิกาสุดอึด หรือไม่ก็เครื่องคิดเลขคู่ใจสมัยเรียนใช่ไหมครับ? แต่รู้ไหมว่าตอนนี้ คาสิโอเขากำลังทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่านั้นมาก เพราะเขากำลัง “อัปเกรด” ทักษะการคิดของเด็กไทยให้ก้าวไปอีกขั้นครับ!

ก้าวใหม่ของการศึกษาไทย:
ไม่ใช่แค่คำนวณ แต่คือ “การคิดเชิงวิเคราะห์”

     บริษัท คาสิโอ มาร์เก็ตติ้ง (ประเทศไทย) จำกัด นำโดย ชิเกโอะ นากาอิ กรรมการผู้จัดการ ได้จับมือกับสองยักษ์ใหญ่ด้านการศึกษาอย่าง สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และ สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) เป้าหมายหลักของความร่วมมือในครั้งนี้ คือ การจัดประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อ “พัฒนาทักษะความสามารถเชิงการคิดและการแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ด้วยเครื่องคำนวณวิทยาศาสตร์” ฟังดูชื่ออาจจะยาวนิดนึง แต่ง่ายๆ คือ การสอนให้เด็กไทยใช้เครื่องมือดิจิทัลมาช่วยให้วิชาที่ยากๆ อย่างเลขและวิทย์กลายเป็นเรื่องที่เข้าใจง่ายและจับต้องได้นั่นเอง

ชิเกโอะ นากาอิ กรรมการผู้จัดการ บริษัท คาสิโอ มาร์เก็ตติ้ง (ประเทศไทย) จำกัด
ชิเกโอะ นากาอิ กรรมการผู้จัดการ บริษัท คาสิโอ มาร์เก็ตติ้ง (ประเทศไทย) จำกัด

ทำไมต้องเครื่องคำนวณวิทยาศาสตร์?

     ชิเกโอะ นากาอิ เล่าให้ฟังว่า คาสิโอมีความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาการศึกษาทั่วโลกอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรือยุโรป และไทยเราก็คือหนึ่งในจุดยุทธศาสตร์สำคัญ เครื่องคำนวณวิทยาศาสตร์ไม่ใช่แค่เครื่องที่กดหาคำตอบแล้วจบไป แต่คือ “เครื่องมือส่งเสริมการเรียนรู้” ที่ช่วยให้เด็กๆ เห็นภาพรวมของสูตร ความสัมพันธ์ของตัวเลข และประมวลผลออกมาได้อย่างมีประสิทธิภาพครับ

    โปรเจกต์นี้ ทางคาสิโอไม่ได้ทำเล่นๆ เพราะปัจจุบันคาสิโอได้สร้างเครือข่ายโรงเรียนนำร่องในโครงการ DSP (Demonstration School Program) เริ่มตั้งแต่ปี 2564 ไปแล้วกว่า 61 เขตพื้นที่การศึกษา ถ้าคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ครอบคลุมถึง 98% ของพื้นที่ทั่วประเทศ ครอบคลุโรงเรียนเมากกว่า 300 แห่ง สำหรับการประชุมเชิงปฏิบัติการ ในครั้งนี้ มีศึกษานิเทศก์ถึง 57 ท่าน จาก 54 สพม. (สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา) มาร่วมระดมสมองเพื่อนำความรู้ไปถ่ายทอดต่อให้คุณครูและนักเรียนทั่วประเทศในปีการศึกษา 2569 นี้

ไทยแลนด์นัมเบอร์วัน!:
กับเทคโนโลยี ClassPad ที่ล้ำที่สุดในโลก

    ชิเกโอะได้บอกว่า เทคโนโลยี ClassPad.net ของคาสิโอเนี่ย ในประเทศไทยเราใช้งานได้ “ก้าวหน้าที่สุดในโลก”

    ในขณะที่หลายประเทศทั่วโลกยังใช้ ClassPad ได้แค่บนเว็บไซต์ ClassPad.net แต่ที่ประเทศไทยเราสามารถใช้งานผ่านแอปพลิเคชันบนสมาร์ทโฟน ได้แล้ว (เปิดตัวไปตั้งแต่ตุลาคม 2565) ซึ่งมันสะดวกมากสำหรับน้องๆ นักเรียนที่สามารถฝึกทักษะการคำนวณระดับสูงได้ทุกที่ทุกเวลา แค่มีมือถือเครื่องเดียว

กเรียนที่สามารถฝึกทักษะการคำนวณระดับสูงได้ทุกที่ทุกเวลา แค่มีมือถือเครื่องเดียว
กเรียนที่สามารถฝึกทักษะการคำนวณระดับสูงได้ทุกที่ทุกเวลา แค่มีมือถือเครื่องเดียว

เปลี่ยนห้องเรียนยุคใหม่: ปั้นเด็กให้ “คิดเป็น”

    รองศาสตราจารย์ ดร.ธีระเดช เจียรสุขสกุล ผู้อำนวยการ สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) กล่าวว่า จากการดำเนินงานของโครงการโรงเรียนนำร่อง DSP สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของทักษะการคิดวิเคราะห์ คิดอย่างเป็นระบบ และการแก้ปัญหา ซึ่งจำเป็นอย่างยิ่งในโลกปัจจุบัน การสอนไม่ควรเน้นเพียงการถ่ายทอดเนื้อหา แต่ต้องส่งเสริมให้ผู้เรียน “คิดเป็น ทำเป็น และแก้ปัญหาเป็น” ผ่านการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) และกระบวนการสืบเสาะ (Inquiry-Based Learning) เพื่อให้สอดคล้องกับการประเมินสมรรถนะมาตรฐานสากล (PISA) โดยมี “ศึกษานิเทศก์” เป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนนโยบายสู่การปฏิบัติจริง

    ขณะที่ ดร.อภิสิทธิ์ ธงไชย ผู้ชำนาญสาขาเทคโนโลยี สสวท. ได้อ้างอิงข้อมูลจากรายงานการวิจัยของเวิล์ด อีโคโนมิก ฟอร์ม 2025 (World Economic Forum) ซึ่งชี้ให้เห็นว่า เด็ก 65% ที่อยู่ในระบบการศึกษาปัจจุบัน เมื่อเติบโตแล้วจะทำงานในอาชีพใหม่ที่ยังไม่มีตอนนี้ โดยสายงาน Big Data และ AI เติบโตเร็วที่สุด เทคโนโลยีแห่งอนาคตจะมุ่งไปที่ AI, หุ่นยนต์, เซมิคอนดักเตอร์ และควอนตัม รูปแบบการเรียนรู้แบบสะเต็ม (STEM) แนวทางการศึกษาแบบบูรณาการ ประกอบไปด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์ และคณิตศาสตร์ จึงเป็นหัวใจสำคัญในการสร้างทักษะที่นำไปใช้ในชีวิตจริงได้ รวมถึงการใช้แอปพลิเคชันและเครื่องคำนวณทางวิทยาศาสตร์มาประยุกต์ในการเรียนการสอน

    รศ.ดร.สุเชษฐ์ หลิมกำเนิด คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้เสนอแนวทางการวัดผลด้วย Generative AI โดยเน้นการวัดผลเพื่อพัฒนา มากกว่าการให้คะแนนเพียงอย่างเดียว เพื่อให้เด็กได้แก้ไขก่อนสอบจริง และส่งเสริมให้ใช้ AI ช่วยนำเสนอไอเดียนอกกรอบ ทั้งนี้ การเขียน Prompt สำหรับ Gen AI ควรใช้หลัก CRFE ได้แก่

  • Context: บริบท
  • Role: บทบาท
  • Format: รูปแบบ
  • Extra: เงื่อนไขเพิ่มเติม

    เพื่อให้ AI ทำงานได้ตรงตามวัตถุประสงค์และรูปแบบที่ต้องการ

สิงคโปร์เรียนคณิตศาสตร์จากปัญหาจริงในชีวิต

    ดร.เอิน กกมิน อดีตนักวิชาการด้านคณิตศาสตร์ กระทรวงศึกษาธิการ ประเทศสิงคโปร์ เล่าถึงกระบวนการจัดการเรียนรู้ที่มุ่งเนการพัฒนาทักษะการคิดขั้นสูง (HOTS) และการจัดการเรียนรู้คณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ในประเทศสิงคโปร์ว่า สิงคโปร์เน้นปั้นเด็กให้มีทักษะการคิดขั้นสูง (HOTS) โดยใช้โมเดลที่เรียกว่า SAMR โดยใช้เทคโนโลยีมาใช้ในการเรียน มี 4 ระดับคือ

  • Substitution: ใช้เทคโนโลยีแทนอุปกรณ์เดิม
  • Augmentation: ใช้เทคโนโลยีเพิ่มเติมจากรูปแบบเดิม
  • Modification: การแชร์ให้คนอื่นด้วยเทคโนโลยี
  • Redefinition: การใช้เทคโนโลยีใหม่

     อย่างเรื่อง GenAI ดร.เอินมองว่า ครูผู้สอนสามารถเลือกใช้เป็นเครื่องมือเสริมในการค้นหาคำตอบให้เหมาะสมกับผู้เรียนได้ เหมือนกับที่สิงคโปร์สนับสนุนให้เด็กใช้ เครื่องคิดเลขวิทยาศาสตร์ มาตั้งแต่ปี 2540

     หลักการสำคัญของการเรียนคณิตศาสตร์ของสิงคโปร์มีเป้าหมายหลัก คือ การยกเอา ปัญหาจริงในชีวิต มาเป็นโจทย์คณิตศาสตร์ เพื่อฝึกให้เด็กแก้ปัญหาเป็น โดยออกแบบโจทย์ให้ยืดหยุ่นพอที่เด็กทุกคนจะเริ่มทำได้ และพัฒนาไปได้ไกลตามศักยภาพของตัวเอง โดยจะเห็นว่า เด็กนักเรียนสิงคโปร์ช่วงเรียนในระดับ ป.1-4 จะเน้นปูพื้นฐานการคำนวณให้แม่น ช่วง ป.5 ขึ้นไป จะเริ่มเน้นการคิดขั้นสูง โดยใช้เครื่องมือทุ่นแรงอย่างเครื่องคิดเลขและเครื่องคำนวณวิทยาศาสตร์มาช่วยแก้โจทย์ที่ซับซ้อนขึ้น

สรุปส่งท้าย:

    ความร่วมมือในครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่การสนับสนุนอุปกรณ์การเรียนเท่านั้น แต่มันคือการวางรากฐานให้เด็กไทยก้าวเข้าสู่โลก “เทคโนโลยีขั้นสูง” ได้อย่างมั่นใจ การที่องค์กรภาคเอกชนอย่างคาสิโอเข้ามาผนึกกำลังกับภาครัฐและมหาวิทยาลัยชั้นนำ (เช่น มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี  สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง  มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ  จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และมหาวิทยาลัยขอนแก่น) แบบนี้ จะช่วยให้การศึกษาไทยไม่หยุดนิ่ง และก้าวทันโลกดิจิทัลอย่างแน่นอน

RELATED ARTICLES
- Advertisment -

Most Popular

Recent Comments