HomeevNEWSPorsche ปลื้มยอดส่งมอบรถปี 68 ตอบโจทย์ผู้ใช้ทั้งนวัตกรรมและสมรรถนะ

Porsche ปลื้มยอดส่งมอบรถปี 68 ตอบโจทย์ผู้ใช้ทั้งนวัตกรรมและสมรรถนะ

ปอร์เช่ขับเคลื่อนความสำเร็จด้วยยอดส่งมอบรถ 279,449 คันสู่ลูกค้าทั่วโลกในปี 2025 โดย 911 รถสปอร์ตระดับตำนาน สร้างสถิติใหม่ในการส่งมอบ มาคันน์ ครองตำแหน่งรุ่นยอดนิยมสูงสุด ด้วยยอดส่งมอบ 84,328 คัน ทำให้สามารถรักษาโครงสร้างยอดขายที่สมดุล ท่ามกลางความท้าทายทางเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์
     ท่ามกลางโครงสร้างยอดขายที่มีความสมดุลในแต่ละตลาด ปอร์เช่ เอจี (Porsche AG) จากสตุ๊ทการ์ท ส่งมอบรถยนต์รวมทั้งสิ้น 279,449 คันให้ลูกค้าทั่วโลกในปี 2025 ลดลง 10% จากปีก่อนหน้าที่มียอดส่งมอบ 310,718 คัน โดยปอร์เช่ยังคงให้ความสำคัญสูงสุดกับการนำเสนอรุ่นรถยนต์ที่สะท้อนคุณค่าของแบรนด์และมีความหลากหลาย

     แมทเธียส เบ็คเคอร์ (Matthias Becker) กรรมการบริหารฝ่ายการขายและการตลาด ปอร์เช่ เอจี กล่าวว่า หลังจากที่เราได้สร้างสถิติด้านยอดขายในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ปี 2025 มียอดส่งมอบต่ำกว่าปีก่อน ซึ่งเป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้ ปัจจัยหลักมาจากข้อจำกัดด้านการส่งมอบของ 718 และมาคันน์ (Macan) รุ่นเครื่องยนต์สันดาป และความต้องการรถยนต์ระดับพรีเมียมในจีนที่ยังลดลงรวมถึงการบริหารด้านการผลิตและส่งมอบที่เน้นคุณค่าเป็นศูนย์กลาง โดยในปี 2025 เราได้ส่งมอบรถยนต์ที่โดดเด่นและเปี่ยมด้วยสมรรถนะ ไม่ว่าจะเป็น 911 เทอร์โบ เอส (911 Turbo S) ที่มาพร้อมระบบขับเคลื่อนที ไฮบริด (T-Hybrid) รวมถึงกระแสตอบรับจากการเปิดตัวคาเยนน์ อิเล็กทริค (Cayenne Electric) ในช่วงปลายปี 2025 ซึ่งแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า ปอร์เช่ยังคงตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้ด้วยนวัตกรรมและสมรรถนะ

     ด้วยยอดส่งมอบ 84,328 คัน มาคันน์ได้ก้าวขึ้นเป็นรุ่นที่มียอดจำหน่ายสูงสุด โดยภูมิภาคอเมริกาเหนือยังคงเป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุด ด้วยยอดส่งมอบรวม 86,229 คัน ซึ่งอยู่ในระดับใกล้เคียงกับปีก่อน

     ในปี 2025 ปอร์เช่ได้ปรับแนวทางเชิงกลยุทธ์และกำหนดทิศทางของผลิตภัณฑ์ในระยะยาว โดยสัดส่วนการส่งมอบในปี 2025 สะท้อนว่า ปอร์เช่ได้เดินหน้าตอบสนองความต้องการของลูกค้าทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง ด้วยการขยายระบบขับเคลื่อนให้ครอบคลุมทั้งเครื่องยนต์สันดาป ปลั๊กอินไฮบริด และพลังงานไฟฟ้าอย่างเต็มรูปแบบ ในปี 2025 รถยนต์ปอร์เช่ที่ส่งมอบทั่วโลกจำนวน 34.4% เป็นรถยนต์พลังงานไฟฟ้า โดยเพิ่มขึ้น 7.4% ซึ่งแบ่งเป็นรถยนต์ไฟฟ้าเต็มรูปแบบ 22.2% และรถปลั๊กอินไฮบริด 12.1% ตัวเลขดังกล่าวส่งผลให้สัดส่วนรถยนต์ไฟฟ้าเต็มรูปแบบทั่วโลกอยู่ในระดับสูงสุดของกรอบเป้าหมายที่วางไว้ที่ 20–22%

     โดยในยุโรป ปอร์เช่ได้ส่งมอบรถยนต์พลังงานไฟฟ้ามากกว่ารถเครื่องยนต์สันดาปเป็นครั้งแรก คิดเป็นส่วนแบ่ง 57.9% โดยรถยนต์ทุกๆ สามคันเป็นรถยนต์ไฟฟ้าเต็มรูปแบบ สำหรับพานาเมร่า (Panamera) และคาเยนน์ (Cayenne) รุ่นปลั๊กอินไฮบริด ครองสัดส่วนการส่งมอบหลักในยุโรป ขณะเดียวกัน 911 ทั้งรุ่นเครื่องยนต์สันดาปและที ไฮบริด ได้สร้างมาตรฐานใหม่ ด้วยยอดส่งมอบรวมทั่วโลก 51,583 คัน

อเมริกาเหนือ ภูมิภาคที่มียอดขายสูงสุด
    
อเมริกาเหนือยังคงรักษาตำแหน่งภูมิภาคตลาดที่ใหญ่ที่สุดด้วยยอดส่งมอบ 86,229 คัน เช่นเดียวกับปีก่อนหน้า หลังจากสร้างสถิติในปี 2024 ตลาดต่างประเทศและตลาดเกิดใหม่ยังคงทรงตัว ด้วยยอดส่งมอบรวม 54,974 คัน ซึ่งลดลง 1% โดยในยุโรป (ไม่รวมประเทศเยอรมนี) ปอร์เช่ส่งมอบรถยนต์รวม 66,340 คัน ตลอดทั้งปี โดยลดลง 13% เมื่อเทียบปีต่อปี ขณะที่ตลาดเยอรมนี ประเทศต้นกำเนิดของปอร์เช่ ได้ส่งมอบรถใหม่ให้ลูกค้า 29,968 คัน ซึ่งลดลง 16%

     ปัจจัยหลักของการปรับลดในทั้งสองภูมิภาคมาจากข้อจำกัดในการส่งมอบของ 718 และมาคันน์ รุ่นเครื่องยนต์สันดาป ซึ่งได้รับผลกระทบจากข้อกำหนดด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ของสหภาพยุโรป

     ในประเทศจีน ปอร์เช่ได้ส่งมอบรถยนต์จำนวน 41,938 คัน ซึ่งลดลง 26% โดยปัจจัยสำคัญยังคงมาจากสภาวะตลาดที่ท้าทาย โดยเฉพาะในกลุ่มรถยนต์ระดับพรีเมียม รวมถึงการแข่งขันที่สูงในตลาดประเทศจีน โดยเฉพาะในกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้าเต็มรูปแบบ ทั้งนี้ ปอร์เช่ยังคงยึดแนวทางการขายที่มุ่งเน้นการสร้างคุณค่าเป็นศูนย์กลางอย่างต่อเนื่อง

มาคันน์ ขึ้นแท่นรุ่นยอดจำหน่ายสูงสุด
   
ยอดส่งมอบของมาคันน์อยู่ที่ 84,328 คัน ซึ่งเพิ่มขึ้น 2% โดยรุ่นพลังงานไฟฟ้าเต็มรูปแบบ มีสัดส่วนมากกว่าครึ่งหนึ่งที่ 45,367 คัน โดยในหลายตลาดนอกสหภาพยุโรป ปอร์เช่ยังคงจำหน่ายมาคันน์ รุ่นเครื่องยนต์สันดาปและได้ส่งมอบไปแล้วกว่า 38,961 คัน และพานาเมร่ามียอดส่งมอบรวม 27,701 คัน จนถึงสิ้นเดือนธันวาคม ซึ่งลดลง 6%

     ขณะที่รถสปอร์ตในตำนานอย่าง 911 ทำยอดส่งมอบกว่า 51,583 คันภายในสิ้นปี เพิ่มขึ้น 1% ซึ่งได้สร้างสถิติการส่งมอบใหม่อีกครั้ง โดยสำหรับปอร์เช่ 718 บ็อกซเตอร์ (718 Boxster) และปอร์เช่ 718 เคย์แมน (718 Cayman) มียอดส่งมอบรวม 18,612 คัน ซึ่งลดลง 21% เมื่อเทียบกับปีก่อน จากการยุติของสายการผลิตในเดือนตุลาคมในปี 2025

     ไทคานน์ มียอดส่งมอบ 16,339 คัน ลดลง 22% โดยมีสาเหตุหลักจากการชะลอตัวของการยอมรับรถยนต์พลังงานไฟฟ้า ขณะที่คาเยนน์ มียอดส่งมอบรวม 80,886 คันในปี 2025 ซึ่งลดลง 21% ส่วนหนึ่งเป็นผลจากการเร่งส่งมอบในปีก่อนหน้า ทั้งนี้ คาเยนน์ อิเล็กทริคที่เปิดตัวครั้งแรกของโลกในเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา จะพร้อมส่งมอบให้ลูกค้าตั้งแต่ฤดูใบไม้ผลินี้ในกลุ่มตลาดแรก โดยจะจำหน่ายควบคู่ไปกับคาเยนน์ รุ่นเครื่องยนต์สันดาปและปลั๊กอินไฮบริด

     แมทเธียส เบ็คเคอร์ กล่าวว่า ในปี 2026 เรามุ่งเน้นอย่างชัดเจนในการบริหารความต้องการของตลาดและการส่งมอบรถยนต์ให้สอดคล้องกับกลยุทธ์ที่มุ่งเน้นคุณค่ามากกว่าปริมาณ พร้อมทั้งยังได้วางแผนปริมาณการผลิตที่สอดคล้องกับความเป็นจริง โดยคำนึงถึงการยุติสายการผลิตของ 718 และมาคันน์ รุ่นเครื่องยนต์สันดาป

     ขณะเดียวกันปอร์เช่ยังคงลงทุนอย่างต่อเนื่องในกลยุทธ์เกี่ยวกับระบบขับเคลื่อนทั้งสามรูปแบบ และเตรียมสร้างแรงบันดาลใจให้ลูกค้าด้วยรถสปอร์ตที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวในปี 2026 และอีกหนึ่งองค์ประกอบสำคัญคือการขยายทางเลือกการปรับแต่งเฉพาะบุคคล ผ่านโปรแกรมเอ็กซ์คลูซีฟ แมนูแฟคเตอร์ (Exclusive Manufaktur) และซอนเดอร์วุนช์ (Sonderwunsch) เพื่อตอบรับความต้องการด้านการสร้างเอกลักษณ์ของลูกค้าที่เพิ่มขึ้น

RELATED ARTICLES
- Advertisment -

Most Popular

Recent Comments