GWM เปิดตัว HAVAL JOLION Hybrid SUV ครั้งแรกในโลกที่ประเทศไทย รวดเดียว 3 รุ่น ราคาเริ่มต้นที่ 879,000 บาท พร้อมตอกย้ำ ความเป็นผู้นำด้านยานยนต์พลังงานไฟฟ้า (xEV Leader) ในประเทศไทย
เอลเลียต จาง ประธานเกรท วอลล์ มอเตอร์ (GWM) ภูมิภาคอาเซียนและประเทศไทย กล่าวว่า ตลอดระยะเวลากว่า 1 ปีที่ผ่านมา ทาง GWM ได้ดำเนินธุรกิจผ่านการรับฟังความคิดเห็นของผู้บริโภคชาวไทยอย่างต่อเนื่อง เพื่อพัฒนาและรักษามาตรฐานในการส่งมอบผลิตภัณฑ์และการบริการรูปแบบใหม่ ที่สามารถสร้างประสบการณ์ดีที่สุดให้กับผู้บริโภค
สำหรับแบรนด์ HAVAL ทาง GWM มุ่งมั่นสร้างสรรค์รถยนต์ SUV ที่อัดแน่นไปด้วยเทคโนโลยีอันล้ำสมัย เพื่อให้เป็นเสมือนเพื่อนคู่หูอัจฉริยะ ที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการและไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคยุคใหม่ ให้ทุกคนสามารถเชื่อมต่อทุกกิจกรรมไปกับการขับขี่อัจฉริยะที่สะดวกสบายและปลอดภัยจากรถยนต์
ในช่วงที่ผ่านมา GWM ขอขอบคุณผู้บริโภคชาวไทยที่ได้เปิดใจและให้การต้อนรับรถยนต์ HAVAL H6 Hybrid SUV รถยนต์รุ่นแรกที่เปิดตัวในประเทศไทย จนสามารถครองยอดขายอันดับ 1 ของรถยนต์คอมแพคเอสยูวีในประเทศได้เป็นเวลาถึง 3 เดือนซ้อน
ในวันนี้ GWM พร้อมที่จะนำประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมยานยนต์กว่า 30 ปี เพื่อส่งมอบรถยนต์ xEV อีกรุ่นให้กับคนไทยทุกคนอย่าง HAVAL JOLION เพื่อเป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์ถึงความมุ่งมั่นและตั้งใจของเราในการช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้บริโภคให้ดียิ่งขึ้นไปอีกขั้น
“GWM เชื่อว่ารถยนต์ xEV รุ่นใหม่จากแบรนด์ HAVAL รุ่นนี้ จะเป็นอีกรุ่นที่ได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากผู้บริโภคชาวไทย และเป็นอีกหนึ่งทางเลือกใหม่ที่จะเติมสีสันและสร้างประสบการณ์การขับขี่ที่สนุกสนาน ปลอดภัย และสร้างความประทับใจให้กับผู้บริโภคชาวไทยของเราทุกคนได้อย่างแน่นอน”
HAVAL JOLION เป็นรถยนต์ในเซกเมนท์ SUV – B ที่ขับขี่สนุกสนานและอัดแน่นไปด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะ นับเป็นรถยนต์รุ่นที่ 2 จากแบรนด์ HAVAL และเป็นรถยนต์รุ่นที่ 3 ที่ GWM เลือกมาเปิดตัวและทำตลาดในประเทศไทย

อัดแน่นด้วยดีไซน์
HAVAL JOLION ยังมาพร้อมรูปลักษณ์ภายนอกอันโฉบเฉี่ยวสะท้อนถึงสุนทรียภาพแห่งอนาคต ด้วยมิติตัวรถ 1,841 x 4,472 x 1,619 มม. (กว้าง x ยาว x สูง) พร้อมระยะฐานล้อ 2,700 มม.
โดดเด่นด้วยไฟหน้า LED เต็มรูปแบบกับระบบ Daytime Running Light และระบบ Welcome Light เมื่อปลดล็อค พร้อมด้วยไฟส่องสว่างหลังดับเครื่องยนต์ Follow Me Homeร่วมด้วยกระจังหน้า Star Matrix สีดำ-เทา หลังคาพาโนรามิคซันรูป และไฟท้าย LED ที่ให้มาพร้อมไฟเบรกดวงที่สามและไฟตัดหมอกหลัง และล้ออัลลอยดีไซน์สปอร์ตทูโทนขนาด 18 นิ้ว ให้ผู้ขับขี่รู้สึกเสมือนกำลังโลดแล่นไปกับราชสีห์ที่กำลังเปล่งเสียงคำรามอย่างมีความสุข ซึ่งเป็นที่มาของชื่อรุ่น JOLION (Joy + Lion)
ดีไซน์ภายในรังสรรค์ขึ้นภายใต้แนวคิด Future Intelligent Cockpit ให้ความรู้สึกกว้างขวางและสะดวกสบาย ที่อัดแน่นด้วยเทคโนโลยีที่คัดสรรมาอย่างพิถีพิถัน เพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่เหนือระดับให้กับผู้ใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นการเชื่อมต่อของ 3 หน้าจออัจฉริยะ ทั้งหน้าจอหลักตรงกลางแบบ Touch Screen Audio Display ความละเอียดสูงขนาด 12.3 นิ้ว ที่รองรับ Apple Carplay MP3 JOOX และระบบนำทาง ต่อด้วยหน้าจอ Multi Information Display ความละเอียดสูงขนาด 7 นิ้ว และหน้าจอ Head-up Display ที่แสดงข้อมูลการขับขี่บนกระจกบังลมด้านหน้า
นอกจากนี้ ยังครบครันด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกสบายมากมาย อาทิ เบาะนั่งไฟฟ้าด้านหน้าฝั่งคนขับที่ปรับได้ถึง 6 ทิศทาง ลำโพง 6 ตัว ระบบปรับอากาศอัตโนมัติแยกซ้าย-ขวาและระบบช่องแอร์ด้านหลัง ระบบกรองอากาศ PM2.5 ที่ชาร์จแบบไร้สาย (Wireless Charger) ชุดเกียร์ไฟฟ้า Electronic Shifter กุญแจ Smart Key และระบบ Push Start รวมไปถึงพื้นที่ห้องโดยสารอเนกประสงค์ที่สามารถปรับเปลี่ยนเพื่อรองรับการใช้งานได้อย่างหลากหลาย ซึ่งเบาะที่นั่งด้านหลังสามารถพับลงได้เพื่อเพิ่มพื้นที่ในการบรรทุกสัมภาระได้สูงสุดถึง 1,069 ลิตร
อำนวยความสะดวก ด้วยนวัตกรรม FOTA
HAVAL JOLION ยังครบเครื่องด้วยเทคโนโลยีที่ช่วยอำนวยความสะดวกทั้งฟังก์ชั่นการอัปเกรดเฟิร์มแวร์ผ่านระบบออนไลน์อัจฉริยะ (FOTA) การสั่งงานด้วยเสียงอัจฉริยะ (Voice Command) การสั่งการและควบคุมรถผ่าน GWM Application
ตลอดจนระบบการช่วยเหลือและเพิ่มความปลอดภัยในการขับขี่ (Driver Assistance and Safety Systems) อาทิ ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน (ACC) การเข้าโค้งอัจฉริยะ ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติที่ความเร็วต่ำ (TJA) ระบบช่วยจอดรถอัจฉริยะ 3 รูปแบบ (IIP) กล้องแสดงภาพรอบทิศทาง 360 องศา ระบบช่วยเลี่ยงการเข้าใกล้รถใหญ่จากด้านข้าง (WDS) เป็นต้น
ณรงค์ สีตลายน กรรมการผู้จัดการ เกรท วอลล์ มอเตอร์ (ประเทศไทย) กล่าวเพิ่มเติมว่า HAVAL JOLION เป็นการเปิดตัวเป็นครั้งแรกในโลก นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการตอกย้ำความมุ่งมั่นและความตั้งใจของ GWM ในการเป็นผู้นำด้านยานยนต์ไฟฟ้า (xEV Leader) ด้วยการส่งมอบรถยนต์ไฮบริดอัจฉริยะที่จะมาเป็น Your Intelligent SUV ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะอันล้ำสมัย ที่จะช่วยสร้างประสบการณ์การขับขี่รูปแบบใหม่ที่สนุกสนานและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น
นอกเหนือจากการส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่ดีที่สุดให้กับคนไทยแล้ว GWM ยังคงเดินหน้ารับฟังความคิดเห็นจากผู้บริโภคของ GWM อย่างต่อเนื่อง ทั้งการเปิดให้ทุกคนมีส่วนร่วมกับกิจกรรม Interactive Poll ในงานเปิดตัว และการสำรวจตลาดจากทีมงานของ GWM อยู่ตลอดเวลา เพื่อให้มั่นใจได้ว่าทุก ๆ เสียงของทุก ๆ คน จะได้รับการรับฟังและนำมาปรับใช้ในการพัฒนา กำหนดกลยุทธ์และดำเนินธุรกิจของ GWM ให้ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคชาวไทยอยู่เสมอ และเพื่อตอบแทนทุกการสนับสนุนอันดีจากทุก ๆ คนที่มีต่อ GWM ตั้งแต่วันแรกจนถึงวันนี้จะยังคงส่งมอบผลิตผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพและรูปแบบการบริการใหม่ ๆ รวมไปถึงข้อเสนอที่น่าสนใจที่อัดแน่นไปด้วยสิทธิประโยชน์ที่ดีที่สุดให้กับผู้บริโภคต่อไปอย่างแน่นอน”
3 รุ่น 3 ราคา เริ่มต้น 8.79 แสน
GWM ได้ประกาศราคารถยนต์ All New HAVAL JOLION Hybrid SUV ในประเทศไทยอย่างเป็นทางการด้วยกันทั้งหมด 3 รุ่น ได้แก่ รุ่น TECH ที่ราคา 879,000 บาท รุ่น PRO ที่ราคา 939,000 บาท และรุ่น ULTRA ที่ราคา 999,000 บาท ภายใต้นโยบาย “ONE PRICE” ซึ่งจะเป็นราคาเดียวกันในทุกช่องทางการจำหน่ายทั่วประเทศ
ทั้ง 3 รุ่นมาพร้อมกับ 5 เฉดสีให้เลือก ประกอบด้วย สีแดง (Burgundy Red) สีน้ำเงิน (Swarovski Blue) สีเทา (Ayers Gray) สีดำ (Sun Black) และสีขาว (Hamilton White) โดยมีกำหนดการเตรียมส่งมอบรถยนต์ล็อตแรกตั้งแต่เดือนธันวาคม 64 นี้เป็นต้นไป
แคมเปญ PREMIERE DEAL สุดวาว
พิเศษสำหรับช่วงการเปิดตัว GWM ยังได้ส่งมอบแคมเปญ PREMIERE DEAL ในระหว่างวันที่ 25 พฤศจิกายน 2564 เวลา 20.00 น. ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2564 เวลา 23.59 น. ซึ่งมาพร้อมข้อเสนอสุดพิเศษมากมาย สำหรับผู้ที่สนใจซื้อรถยนต์ HAVAL JOLION อาทิ
- ดอกเบี้ยพิเศษ 79% นาน 48 เดือน เมื่อดาวน์ 25% มูลค่าสูงสุด 15,000 บาท
- ฟรี ประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 เป็นระยะเวลา 1 ปี มูลค่าสูงสุดไม่เกิน 25,000 บาท
- ฟรี เติมน้ำมันเต็มถังในวันส่งมอบรถ มูลค่า 1,500 บาท
- ฟรี ค่าแรงและค่าอะไหล่งานบำรุงรักษาตามระยะทาง (GWM PRO Service Inclusive : GPSI) สูงสุดจำนวน 10 ครั้ง ภายในระยะเวลา 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร (เมื่อถึงอย่างใดอย่างหนึ่งก่อน) ไม่รวมอะไหล่สิ้นเปลืองมูลค่า 32,336 บาท
- ฟรี บริการช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง (Roadside Assistance) เป็นระยะเวลา 5 ปี มูลค่า 10,000 บาท
- ฟรี สิทธิ์ในการเรียกใช้บริการรับหรือส่งรถยนต์เพื่อเข้ารับบริการบำรุงรักษาตามระยะทาง และ/หรือ สิทธิ์ในการใช้บริการเช็คระยะนอกสถานที่ (GWM Mobile Service) จำนวน 4 ครั้ง รวมมูลค่า 3,000 บาท
- รับ GWM Point 15,000 คะแนน เพื่อแลกรับของสมมนาคุณและบริการต่างๆ บน GWM Application รวมมูลค่าข้อเสนอสุดพิเศษภายใต้แคมเปญ PREMIERE DEAL กว่า 85,000 บาท
- นอกจากนี้ HAVAL JOLION ยังมาพร้อมการรับประกันคุณภาพตัวรถ (Factory Warranty) ครอบคลุมระยะเวลา 5 ปี หรือระยะทาง 150,000 กิโลเมตร (เมื่อถึงอย่างใดอย่างหนึ่งก่อน) พร้อมการรับประกันแบตเตอรี่ไฮบริด เป็นระยะเวลา 8 ปี โดยไม่จำกัดระยะทาง อีกด้วย
ผู้ที่สนใจสามารถจองรถยนต์ All New HAVAL JOLION Hybrid SUV ทุกรุ่น เพื่อรับข้อเสนอสุดพิเศษจากแคมเปญ PREMIERE DEAL ได้ผ่านทาง GWM Application และเว็บไซต์ WWW.GWM.CO.TH ตั้งแต่วันที่ 25 พฤศจิกายน 2564 เวลา 20.00 น. ไปจนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2564 เวลา 23.59 น. และรับมอบรถภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2564 โดยสามารถศึกษาข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับแคมเปญนี้เพิ่มเติมได้ที่ GWM Application หรือเว็บไซต์ WWW.GWM.CO.TH หรือ Official Facebook Page : GWM Thailand และ HAVAL Thailand
ในโอกาสเดียวกันนี้ GWM ยังได้ประกาศจัดตั้ง HAVAL USER COMMITTEE อย่างเป็นทางการในประเทศไทย เพื่อเป็นสื่อกลางในการรับฟังและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันระหว่างผู้ใช้รถยนต์ HAVAL และ GWM รวมถึงกระชับความสัมพันธ์อันดีระหว่างผู้ใช้และแบรนด์อีกด้วย
สตีเว่น หวัง รองประธาน เกรท วอลล์ มอเตอร์ ภูมิภาคอาเซียนและประเทศไทย กล่าวว่า GWM มีความตั้งใจและรักษาคำมั่นสัญญาในการดำเนินธุรกิจโดยเน้นลูกค้าเป็นศูนย์กลางอยู่เสมอ และมีความมุ่งมั่นที่จะสร้างความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันระหว่างแบรนด์ของ GWM กับกับกลุ่มลูกค้า รวมไปถึงผู้ที่สนใจและติดตาม
การจัดตั้ง HAVAL USER COMMITTEE ขึ้นจึงถือเป็นโอกาสดีที่ทางบริษัทได้ทำความรู้จักและเปิดโอกาสให้ทั้งบริษัทและผู้บริโภคได้ใกล้ชิดกันยิ่งขึ้น นับเป็นการร่วมสร้างสรรค์ประสบการณ์ที่ดีร่วมกัน ทั้งในด้านผลิตภัณฑ์ การบริการและกิจกรรมต่าง ๆ ผ่านช่องทางทั้งแบบออนไลน์และออฟไลน์เพื่อก่อให้เกิดความเข้าใจซึ่งกันและกัน และเกิดเป็นสายสัมพันธ์อันแน่นแฟ้น จนกลายเป็นครอบครัวที่แข็งแกร่งที่พร้อมจะเติบโตไปด้วยกันกับแบรนด์ HAVAL และ GWM อย่างยั่งยืน